
ถ้าหัวมันมีรู.. ตอนนี้.. มันคงอยู่ในช่วงอาการ.. " ตัน.. ตื้อ.. บื้อ.. มึน " ชีวิตประจำวันของแต่ละวัน.. มันก็เดิม.. เดิม.. ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก.. สักเท่าไหร่ เวลาให้อยู่หน้าจอได้ทำอะไรแบบเต็มที่เหมือนอย่างเคย ก็ดูจะน้อยลง...... มาก
หลับไปพร้อมกับลูกบ้าง นั่งทนหนาวนาน.. นาน ไม่ได้มั่งล่ะ ทั้ง.. ทั้งที่... มันก็ไม่ได้หนาวมากมายเท่าไหร่หรอก พักหลัง.. รู้สึกเป็นอย่างนี้บ่อยครั้ง พาลทำให้ขี้เกียจไปเลยมากกว่า ^^*
ทิ้งไดอารี่หน้านี้เอาไว้.. หลายวัน ไม่มีแม้แต่เวลาจะพิมพ์ใส่ Notepad เอาไว้เลยสักวัน ลูกสาวไม่สบาย ป่วยแปลก... ไม่มีไข้ .. แต่.. เล่นเอาเครียดไม่น้อย เพราะ.. สงสารลูกแบบจับใจ นี่อาการเหมือนจะดีขึ้นหน่อยแล้วค่ะ.. ยังเหลือแต่ยัยแม่นี่แหละ.. ที่เหมือนไม่เต็มดี
ยิ่งช่วงสิ้นเดือน... มีเรื่องให้คิดติดพันอยู่เยอะ... ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิม.. เดิม คิดจนปวดหัว... ปวดไปยันเบ้าตา เหมือนมีคนเอาอะไรมาหนีบเอาไว้ ต้องหาผ้าหรือหมอนทับหัวอีกทีตอนนอน เป็นติดกันอยู่หลายคืน
* มีหลายเรื่องประเดประดังเข้ามา.. สภาพใจตอนนี้บอกตรง.. ตรงว่า..แย่ จิตกระจัดกระจาย... กระเจิดกระเจิง... สงสัยต้องตามหากันอีกพักล่ะ.. กว่าจะเข้ารูป.. เข้ารอย พยายามคิดแค่ว่า... เดี๋ยวมันก็จะผ่านไปได้.. ทีละเรื่อง

พุธที่ 23 มกราคม 2551 
( ย้อนกันแบบนานเลยเนาะ... รอบนี้ )
พยากรณ์อากาศบอกในทางทีวีเอาไว้ว่า.. หิมะจะตกตั้งแต่วันอาทิตย์ แต่.. ผิดพลาด ไม่มีวี่แววเลย ( แหมม.. จะบอกว่า.. อดหลับอดนอนเพื่อรอดูหิมะน่ะเชื่อไหมนิ >.< ) เย็นวันอังคารตอนไปรับลูกสาว.. คุณแม่เลยบอก.. พรุ่งนี้เช้าหิมะตกแน่... ได้แต่หัวเราะ... จะตกจริงไหม หลายที่ในญี่ปุ่น... หิมะตกบ้างแล้ว ตั้งแต่ช่วงปีใหม่.. มีแต่.. เขตไซตามะเคนนี่แหละ.. ยังไม่ตก ( ซะที )
เช้านี้.. ตื่นขึ้นมาเปิดม่านสำรวจก่อนเลย... หิมะตกบาง.. บาง พอให้เห็นสีขาว ออกไปยืนถ่ายรูปตรงระเบียงอีกนิดหน่อย... อากาศข้างนอกค่อนข้างเย็น เลยรีบกลับเข้ามาด้านใน
ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้... อากาศแบบนี้คงนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม.. สบาย เดี๋ยวนี้ไม่ใช่.. เป็นอีกวันที่ยังต้องไปโรงเรียน... หลังจากทำหน้าที่ของวันเสร็จ ก็.. อาบน้ำกับลูกสาว 2 คน เอาตุ๊กตาที่สามีซื้อให้ลูกสาวเข้าไปด้วย... พึ่งรู้ว่า.. พอผมเจ้าตุ๊กตาโดนน้ำ จะเปลี่ยนเป็นสีชมพู ลูกสาวชอบอกชอบใจใหญ่เชียว... เล่นน้ำกันอยู่นานเลยแหละ
แต่งตัว เตรียมสำภาระของลูกใส่กระเป๋าถือ พาไปส่งห้องคุณแม่ พร้อมกับอยู่คุยด้วยอีกเล็กน้อย... ก่อนจะกลับมาในห้องอีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียนเหมือนกัน ก่อนออกจากห้อง.. ไม่ลืมหยิบร่มสีชมพูไปด้วย... ขัดกับเสื้อสีเขียวทหารอย่างร้ายกาจ
ลงไปถึงข้างล่าง.. ลื่น 1 รอบ ... ต้องขึ้นมาเปลี่ยนกางเกงใหม่อีก.. เพราะ.. ตูดเปียก ระหว่างเดินไปสถานีรถไฟ... ก็.. เอียงร่มไปทางซ้ายที.. ขวาที.. ตามแรงลม มีหลายคนที่.. มือถือร่ม แล้วคล้ายจะเหมือนเต้นระบำไปด้วย เกร็ดของหิมะก็มาทักทายตรงไหล่ กับ แขนเสื้อให้พอมีรอยจุด

บ่าย.. บ่าย หิมะก็ไม่มีแล้ว.. เปลี่ยนเป็นฝนตกแบบหยุมหยิมแทน เรียนเสร็จก็ตรงดิ่งกลับบ้านเหมือนทุกครั้ง... ยังไม่เคยหยุดแวะดูอะไรเลยซะที แม้บางครั้งจะอยาก... แต่.. ก็คิดถึงลูกมากกว่า... ทุกวันนี้เหมือนเค้าเองก็จะรู้เวลากลับบ้านของแม่ ตอนไปส่งให้คุณยายก็ไม่เคยร้องตาม... แล้วถ้าพลาดรถไฟที่เคยนั่งตรงตามเวลา ก็จะยิ่งกลับช้าไปอีก เพราะ.. สายรถไฟแถวบ้าน รอแต่ละขบวนก็ 10 นาทีขึ้นไป * 10 นาทีของคนขี้หนาวเนี่ย.. รู้สึกเลยว่า.. นานจัง
ระหว่างเดินโทรหาสามี.. เค้าบอกอยากกลับบ้าน เลยบอกกลับมานะ... จะรอ ระยะหลังมานี้.. เวลาที่เราจะได้อยู่ด้วยกันมันมีน้อยเหลือเกิน.. กว่าจะได้เจอกันก็เป็นอาทิตย์กว่า ติดต่อสื่อสารกันทางโทรศัพท์อย่างเดียว ถ้าถามว่า.. ชอบไหมแบบนี้... ก็ไม่ชอบหรอก ได้แต่พยายามเข้าใจ ในตัวแปร ถึงสิ่งที่ต้องเป็นในปัจจุบัน... หลายที.. ที่รู้สึกเหงา ( บ่อยมาก ) งอแงมั่งก็เคย

ดีที่ยังมีลูกสาวเป็นเพื่อน มีลูกชายแสนซน ที่ทำให้แม่ยิ้มได้ตลอดเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน มีคุณแม่.. เป็นเพื่อนคุย... คอยทำกับข้าวอร่อย.. อร่อยไว้รอทุกวัน... ไม่งั้นคงเหงากว่า.. ที่เป็น เย็นนี้.. คุณแม่ทำต้มยำทะเล.. ใส่หอยนางรมตัวใหญ่ กุ้งตัวเบ้ง.... ลาบหมู แล้วก็ยังมีส้มตำแครอท
ตอนกินต้มยำ... คิดถึงน้าชาย ( ที่เสียไปแล้ว ) เป็นเพราะว่า.. ใส่พริกแห้ง ทำให้กลิ่นออกมาหอม เหมือนใส่ปลาย่าง ซึ่งน้าชายทำต้มยำปลาย่างอร่อยมาก.. และ.. คุณแม่ก็ทำออกมาได้คล้ายกัน ก่อนออกจากห้องคุณแม่.. ไม่ลืมขอบคุณสำหรับอาหารมื้ออร่อยในวันนี้
พรุ่งนี้เป็นวันหยุด คุณแม่มีนัดพาไทโยไปหาหมอฟัน ถือโอกาสนัดกับท่านไว้ว่า.. เดี๋ยวขอไปด้วย เพราะ.. ตั้งใจจะไปเปิดบัญชีธนาคาร ไทโยไม่อยู่ไปนอนค้างกับโอโตซัง... ไม่ได้เห็นปากจู๋ของลูกชายที่จะต้องจุ๊บแม่ก่อนกลับบ้านที่.. หน้าประตูเลย
สามีกลับถึงห้องตอนดึกแล้ว.. ได้คุยกันพอหอมปากหอมคอ จากนั้น... ก็พากันเข้านอน... พรุ่งนี้... ต้องตื่นแต่เช้า... ยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกวัน

พฤหัสที่ 24 มกราคม 2551 

เช้านี้... ลุกออกมาจากที่นอน... ก็เห็นสองพ่อลูกเล่นกันอยู่ตรงมุมห้องรับแขกแล้ว ปล่อยตัวปล่อยใจทุกที.. เวลาสามีมา >.<:~ ลูกสาวดูท่าทางจะดีใจเอามาก.. มาก.. เวลาได้อยู่กับพ่อ สังเกตุจากอาการ " อ้อน " กอด.. ซบ... แม่เรียกก็แค่เอียงมอง.. ส่งสายตาแบบผ่านไปผ่านมา.. น่าหมั่นไส้
ได้ภาพดี.. ดี ในห้องคอมมาอยู่หลายรูป พ่อ - ลูก หน้าเหมือนกันเนาะ เมื่อก่อนตอนเด็ก.. เด็ก.. พอมีคนทักว่า.. เหมือนพ่อ มักจะเกิดความสงสัยว่า.. เหมือนเหรอ เหมือนยังไง พึ่งมาเข้าใจได้ดี.. ก็ตอนที่มีลูกเองนี่แหละค่ะ.. ลองบอกว่า.. เหมือน ก็คือ.. เหมือนสิน่า
ถ่ายรูปเสร็จ.. ก็ไล่สามีเข้าไปนอนต่อในห้อง เพราะ... เดี๋ยวพอทำงานบ้านเรียบร้อยเมื่อไหร่ มีแพลนจะออกไปข้างนอก หยิบเสื้อผ้าในตระกร้าที่ใส่แล้วมาซัก... ระหว่างนั้นก็ล้างขวดนม พร้อมกับทำความสะอาดบ้านไปด้วย พอเครื่องซักผ้าส่งเสียงเรียกดัง ก็เอาผ้าออกมาตากรอบที่ 1 ... จ๊ะเอ๋กับคุณแม่ที่ระเบียง
เลยบอกว่า... เดี๋ยวอาบน้ำให้ซากุระแล้ว จะฝากคุณแม่เอาเค้าล่วงหน้าไปก่อน เพื่อให้โอโตซังได้เล่นกับหลานสาว เพราะ.. ยังต้องรอตากผ้าอีกรอบ ถึงจะเสร็จสิ้น คุณแม่บอกโอเค... เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวให้ พาไปส่งห้องคุณแม่ แล้วนัดเจอกันที่ซุปเปอร์หน้าสถานี

ลูกสาวตอนนี้.. 1 ขวบกับอีก 5 เดือนแล้ว... เวลาผ่านไปไวมาก กำลังซนแบบยกกำลัง... ปัจจุบันปรับตัวเข้ากับ.. Dorakids เข้ากับเพื่อนร่วมห้อง และ คุณครูได้แล้ว จากที่เคยยืนเกร็ง.. กลายเป็นไม่อยู่นิ่งตลอดทั้งชั่วโมง แต่.. มุมน่ารักของเด็กผู้หญิงจะต่างกับเด็กผู้ชาย ( เท่าที่สังเกตุจากลูกตัวเอง ) ซากุระดูเค้าจะสนุกสนานกับการร้องรำทำเพลง.. ออกท่าทาง เกินหน้าเกินตา มากกว่าไทโยตอนอายุเท่ากันหน่อยนึง
กำลังพูด ( ภาษาญี่ปุ่น ) รวมทั้งออกเสียงภาษาไทยตามผู้ใหญ่.. อย่างน่าเอ็นดู ค่อนข้างเป็นเด็กที่แสดงออกทางอารมณ์อย่างชัดเจน... งอนเป็นแล้ว.. ค้อนแม่ ( คุณยาย ) ด้วยหางตาเวลาที่โดนขัดใจ * อันนี้เป็นพฤติกรรมที่บ่งบอกว่า... ได้แม่มาล้วน.. ล้วน.. ฮี่
~ อาบน้ำ.. สระผม สบายหัวสบายตัว ก็.. รีบแต่งตัว.. เดินออกไป ง่าย.. ง่ายเข้าว่า.. เดี๋ยวนี้ฮิตใส่หมวกก็ใส่บ่อยหน่อย... รู้สึกว่ามันปิดหูดี ตอนหน้าหนาว คุณแม่พาไทโยไปหาหมอฟันเสร็จเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นาน.. รอบนี้เป็นรอบสุดท้าย หลังจากที่ไปติดต่อกันมาแล้วหลายเดือน... ไว้มาเช็คอีกทีหน้า haru .. ( ราว.. ราวเมษายน ) กฏหมายของที่นี่.. ในส่วนดีก็มีตรงที่.. ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของเด็ก ไม่ต้องเสียจนกว่าจะถึง 6 ขวบ ( ในกรณีที่มีใบประกันสังคม ) ทำให้ประหยัดไปได้เยอะเหมือนกัน

นั่งทานราเม็ง 1 ชาม... เติมพลังงานให้กระเพาะได้ขยับเขยื้อน... เคลื่อนตัว ระหว่างที่กินอยู่.. ก็คอยดูสองพี่น้องไปด้วย เพราะ.. ไม่หยุดนิ่ง เดี๋ยวพากันเดินไปตรงนั้นตรงนี้ ดูจะสนใจตรงชั้นวางขายช๊อคโกแลต สำหรับวัน valentine เป็นพิเศษ.. อาจจะเป็นเพราะกล่องบรรจุ ทั้งที่เป็นรูปรถไฟเอย.. อังปังเอย.. พอลูกจะไปคว้าไปดึง ก็.. ต้องคอยวิ่งตามไปจูงมือกลับมา
คุณแม่เดินไปซื้อของด้านในแผนกซุปเปอร์... ได้คุยกับคุณพ่อ แต่.. มาเจอคำถามเดิม.. เดิม ซึ่งไม่ค่อยอยากฟัง และ.. เก็บกลับมาใส่ใจเท่าไหร่นัก แค่ตอบท่านไปว่า... อย่าไปพูดถึงให้เก็บมาเป็นอารมณ์ดีกว่า... เพราะ... สำหรับตัวเองตัดแล้วคือตัด ดำนัก มาเจอ ดำหนัก กันหน่อย... ก็แค่นั้น
ลูกสองคนสะดุดขาล้มกันเอง.. ลูกชายปากแตก ร้องลั่น ต้องอุ้มปลอบ และ.. พาไปซื้อช๊อคโกแลตให้ตามสัญญา.. กล่องเล็ก.. เล็ก ถึงได้ยิ้มออก ก่อนจะแยกย้าย... ไปเปิดบัญชีธนาคาร อย่างที่ตั้งใจ คุณแม่แวะดูราวเสื้อผ้าลดราคาให้ลูกชาย เจ้าตัววิ่งหนีลงไปนั่งร้องไห้อีกรอบ ปากก็พูด... " โอบ้าจัง.. อย่าซื้อนะ.. ผมมีเยอะแล้ว "

เป็นครั้งที่ 2 ของการเปิดบัญชีที่นี่.. เคยเปิดไว้เมื่อก่อนอายุ 20 ครั้งหนึ่งแล้ว แต่.. ธนาคารนั้นปิดตัวลงไป.. สาขาที่ไปเปิด ปัจจุบัน.. กลายเป็นร้านปาจิงโกะ ใช้เวลาอยู่ในนั้นพอสมควร... จนได้สมุดบัญชีมาหนึ่งเล่ม.. มองดูเงินข้างในแม้จะไม่มากนัก แต่.. ก็หวังว่า.. สักวันมันจะเพิ่มพูน อยากจะเก็บผสมเล็ก.. ผสมน้อยไปเรื่อย.. เรื่อย
อย่างที่รู้.. รู้ ทุกวันนี้... ยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง แต่... ก็มีสิ่งที่คิดว่าจะทำอยู่ในใจ คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะล่ะมั้งนะ ระหว่างนี้ก็ดูลู่ทางศึกษางานอยู่ ลองเริ่มด้วยตัวเอง ( บ้างแล้ว ) ... ไว้เมื่อถึงวันนั้น.. คงได้รู้กันว่า.. จะทำอะไร
คุณแม่ต้องไปเยี่ยมคุณยาย ( คุณแม่ของซากะตะ โอโตซัง ) ต่อ ที่โรงพยาบาล ก็..แยกย้ายกันตรงนั้น.. และ.. แวะดูเสื้อผ้าให้ลูกสาวต่อ เห็นอยู่แว๊ป.. แว๊ปว่ามันลดราคาที่ชั้นสอง พอเดินไปดูจริง.. จริง ก็ไม่มีที่ถูกใจ เลยเดินกลับไปตั้งใจจะไปดูใกล้.. ใกล้บ้านดีกว่า
ลมแรงมาก.. ถ้าไม่มีหลักเป็นรถเข็นของลูกสาวคงได้ปลิวไปตามลม ทำให้นึกถึงตอนที่เดินมา.. กำลังคิดอะไรเพลิน.. เพลิน เจอลมสวนซะขาพันกันจะล้มเอาน่ะ

วันนี้... ได้ช๊อปพอประมาณ... ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นของลูกสาว เสื้อผ้าของเด็กตอนนี้เริ่มมีสีสันสดใสมากขึ้น... พอผ่านพ้นเดือน 2 ไปแล้ว อากาศคงจะเริ่มอุ่นขึ้น
พอเห็นว่าน่ารัก ก็.. มักจะอดใจไม่ซื้อไม่ได้ทุกทีถ้าเป็นของลูก กางเกงลดราคาเหลือตัวละ 500 เยน ถุงเท้าถุงน่องของเด็กก็ลดอีก เลยหยิบมาซะ 4 คู่ แปรงสีฟันเนี่ยก็อันละ 90 เยน ลาย kero นี่เป็นความชอบส่วนตัวมาแต่ไหนแต่ไร

รอบนี้... ได้ของตัวเองมาด้วยเป็นชุดนอน Snoopy กับ รองเท้า 1 คู่ ถุงเท้าอีก 2 ไม่ลืมเลือกซื้อเสื้อยืดไซด์สามีมาให้อีก 2 ตัว จัดไปแบบสีแดงแรงฤทธิ์ กับ สีดำแบบที่เค้าชอบ จ่ายเงินเสร็จ.. ก็ยิ้มปริ่มกลับบ้าน... มันเป็นความสุขนะเวลาได้ทำอะไรให้กับคนที่เรารัก แม้มันจะเป็นเรื่องเล็ก.. เล็ก น้อย.. น้อย ก็เถอะ

เปิดเข้าห้องถ่ายรูปตามธรรมเนียม... ลูกสาวคว้าเอารองเท้าไปใส่เดิน ตูดปัดตูดเป๋ แม้จะใส่ผิดข้าง แต่... ก็อดถ่ายรูปเก็บเอาไว้ไม่ได้... ยัยลูกคนนี้ชอบเล่นรองเท้าเหลือเกิน ยิ่งตอนไปห้องคุณแม่ล่ะก็... รื้อออกมาใส่แทบทุกคู่เชียวแหละค่ะ
คุณแม่โทรมาหาบอกว่า.. วันนี้จะตำแครอทอีกวัน อย่าลืมมากินด้วย จัดอะไรเสร็จเข้าชั้นแล้วถึงได้ไปห้องคุณแม่.. พอคุณแม่รู้ว่า... สามีอยู่เลยให้มาตามไปกินด้วยกัน

เมนูวันนี้จะคล้ายกันกับเมื่อวาน.. เพียงแต่เพิ่มเติมผัดโหระพาปลาหมึก ซึ่งคุณแม่ใช้แทนใบกระเพรา แหม.. จะบอกว่าอร่อยมาก แปลกดีเหมือนกันนะ.. บางเมนูตอนอยู่บ้านเรา เวลาที่หากินได้ง่าย.. ง่าย กลับไม่ค่อยได้นึกถึง พอมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอะไรที่ไม่เคยทำ ก็กลับกลายเป็นว่าทำได้ไปเอง เพราะ.. ความอยากน่าจะเป็นส่วนหนึ่ง... ยิ่งปัจจุบันนี้.. ฝีมือตำแครอทของคุณแม่รสชาติไม่แพ้ใครเลย

ระหว่างรอคุณแม่ทำกับข้าว... ก็.. เล่นกับลูก.. ลูก พร้อมกับถ่ายรูปไปด้วย เมื่อวันอังคารเลิกจากชั่วโมง Dorakids ของลูกสาวแล้ว ก็ขึ้นไปชั้น 3 ซื้อของเล่นให้เค้า 2 คน คุณแม่รีเควสมาเองขอเป็นพวกเครื่องมือหมอ เลยหยิบมา 2 อัน คละแบบ สนุกสนานกันไป ^_^

ดูท่าเค้าสิ


ลูก.. ลูก ดูมีความสุขเวลาที่ได้อยู่กับพ่อ... ก็พอรู้แหละ.. สามีก็รู้สึกเช่นเดียวกัน น้ำยังคงหนักแน่นในความรู้สึกของตัวเองตรงที่ว่า... สักวันครอบครัวของเราจะต้องมีหนทาง มีกำลังพอ ที่... จะยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ซึ่งรับรู้ในความพยายามของสามีในมุมที่ใครไม่ได้เห็น อาจจะ... ไม่ใช่ทุกเรื่องที่รู้.. และ.. ไม่ใช่ทุกเรื่องที่อยากจะรู้... หรือ.. ต้องรู้.. แต่... จะอยู่เป็นกำลังใจ

ปัจจุบัน... สามีลงทุน.. ลงแรง.. ลงใจ ไปกับร้านอาหารชื่อ " ช้างไทย " ในคาบุคิโจว ที่สามีเป็นคนคุมในส่วนเรื่องระบบคาราโอเกะ... เท่าที่รู้คือมี 3 หุ้น ทำร่วมกันกับเพื่อนสนิทที่นี่ ขอให้ประสบความสำเร็จนะ... อย่างน้อยมันก็ช่วยให้มีกำลังใจของเค้าเองด้วย.. ขอให้เป็นการเริ่มต้นที่ดี

คุณแม่ทำกับข้าวเสร็จ... ก็นั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ก่อนจะแยกย้ายกลับเข้ามุมตัวเอง.. บ๊าย.. บายไทโย จุ๊บปากจุ๊บแก้มกันตรงหน้าประตู แล้วก็พาเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ... หลับสนิทจัง.. ค่ำนี้ :)

เสาร์ที่ 26 มกราคม 2551

วันศุกร์หลังจากเลิกเรียนแล้ว.. รีบกลับไปรับลูกสาวที่ห้องคุณแม่ ไม่ได้อยู่นานเหมือนทุกครั้ง.. เป็นเพราะว่า... ซากาตะ โอโตซังจะเดินทางกลับมาจากไต้หวัน เลยขอตัวกลับก่อน ไว้ค่อยเจอกันวันรุ่งขึ้น
ตอนเช้า... ได้รับโทรศัพท์จากคุณแม่ว่า... ให้ไปรับของฝากจากซากะตะ โอโตซังด้วย พออาบน้ำให้ลูกสาวเสร็จแล้วถึงได้เข้าไปหา... ฟังคำบอกเล่าจากคุณแม่ที่ว่า.. พอลูกชายเห็นคุณตา โอย.. กระโดดตัวลอยแบบดีใจมาก.. เล่นเอาซากาตะ โอโตซังถึงกับน้ำตาซึม ด้วยความตื้นตัน ของฝากเป็นเซ็ตเครื่องสำอางค์... ก็ได้ขอบคุณท่านที่นึกถึง
ส่วนใหญ่ของดี.. ดี ในชีวิตตัวเอง มักจะเป็นฝ่ายที่ได้รับอยู่ทุกครั้ง สักวันเนาะ... คงได้มีโอกาสได้เป็น " ผู้ให้ " บ้าง
ข่าวดีที่ได้รู้ ก็คือ.. ฤกษ์ของขวัญวันเกิดของคุณแม่ออกมาแล้ว ว่า.. เป็นวันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ นี่ก็รอให้ถึงวันนั้นอยู่ ตื่นเต้นอย่างกับได้เองแหน่ะ ฮี่ >.<"

ตอนเย็น... ไปทานอาหารจีนกับคุณแม่ เห็นอะไรก็พาลอยากกินไปซะหมดเลย น่าจะเป็นเพราะหิวด้วยมั้ง.. สั่งกันหลายอย่าง สรุปสุดท้าย.. อิ่มอย่างเดียวยังไม่พอ ต้องห่อกลับ

นั่งคุยกับคุณแม่หลาย.. ต่อหลายเรื่อง จนเกือบทุ่มถึงเช็คบิลเดินกลับกัน ไม่ลืมถ่ายรูปน่ารัก... น่ารัก ของ.. คุณยาย กับ หลานชายเอาไว้ด้วย

* ขอบคุณมื้ออร่อยทุกมื้อ ที่มีให้หนู กับ ลูก ค่ะคุณแม่

อาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2551 

ไซตามะเคน O yuki ( หิมะตกหนัก ) ตกทั้งวัน.. ทำให้ไม่ต้องไปไหนกันเลย ได้แต่ทำงานบ้านจุกจิกอยู่ในห้อง... อากาศจากที่เย็นอยู่แล้ว.. วันนี้เลยดูเหมือนจะเย็นเป็นพิเศษ จนต้องหยิบรีโหมตมาเพิ่มอุณภูมิให้เป็น 25 องศา
อาบน้ำพร้อมกับลูกสาว แบบสำราญใจ เพราะ.. เอาตัวลงไปแช่ในกาละมังกับลูกด้วย กอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ในห้องน้ำกันอยู่ 2 คน... รอยยิ้มพิมพ์ใจของลูกเนี่ย ทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยได้มาก ชอบเวลาที่ลูกอ้าแขนเพื่อจะให้เราสวมกอดที่สุด ทุกวันนี้เวลาพออยู่กับเค้า แล้วเค้าเห็นว่ามือเราว่างอยู่เนี่ย จะวิ่งเข้าใส่ทันที กลายเป็นติดอุ้มลูกไปโดยปริยาย ^^"

ออกจากห้องน้ำ จับลูกสาวแต่งตัว ผูกผมรวบมัดจุกให้ทั้งสองข้าง ยังไม่เคยทำอะไรกับผมเค้าเลยค่ะ แม้คิดอยากจะตัดผมม้าให้อยู่หลายที แต่... ก็ได้แค่คิด เพราะ... ไม่มั่นใจในฝีมือการลงกรรไกรของตัวเอง ไว้ให้เค้าโตกว่านี้อีกสักนิดค่อยพาไปร้านดีกว่า หรือ... อาจจะไม่ทำอะไรกับผมลูกเลยก็ได้

ถ่ายรูปกุ๊กกิ๊กกันอยู่ในห้อง ได้หลายภาพ เป็นวันแรกที่ได้สังเกตุว่า... รอยยิ้มของลูกสาวเปลี่ยนไป เวลาที่เค้ายิ้มแล้วรู้สึกว่าไม่เหมือนทุกที ลองเปิดดูด้านในปาก เห็นเหงือกบวม และ แดงมาก เกิดวิตกจริตตามประสาแม่อีกแล้ว ลูกเป็นอะไรเนี่ย แต่... ท่าทางของเค้ายังคงร่าเริงดีอยู่ เพียงแต่การดื่มนม และ การกิน น้อยลงแบบที่ไม่เคยเป็น ตั้งใจจะพาลูกไปหาหมอในวันจันทร์ ก่อนไปโรงเรียน

* ต่อไปขอบันทึกแบบรวมๆ นะคะ
หลังจากที่พาไปโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่า... เกิดจากเชื้อไวรัส เพราะ... มีตุ่มเล็กๆ ขึ้นตรงใต้คาง คล้ายกับสิวของผู้ใหญ่ และ มีหนองตรงเหงือก น่าจะเกิดจากการหยิบจับอะไรแล้วพาลจะเอาเข้าปาก แล้วของสิ่งนั้นอาจจะมีเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็น
ยิ่งถ้าเป็นเรื่องของลูก เป็นคนค่อนข้างระวัง ละเอียดกว่าเรื่องของตัวเอง พอเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ รู้สึกผิด จิตย่ำแย่ซะไม่มี เพราะ... หลังจากที่พาลูกสาวไปหาหมอแล้ว เกือบสิบวันที่เค้าเป็น เลือดไหลนองเต็มปาก ดื่มนมได้น้อย ทานอะไรไม่ได้ น้ำหนักของลูกลด น้ำหนักของตัวเองก็ฮวบฮาบ กลับมาเหลืออยู่เท่าเดิม
นอนน้อย เพราะ... ลูกสาวตื่นบ่อย ต้องคอยกอด อยู่ในอ้อมอกตอนค่ำคืน วันละหลายรอบ ปัจจุบัน... หายดีแล้วนะคะ แต่กว่าจะผ่านมาได้ เล่นเอาสงสารลูกสาวจับใจ ร้องไห้ไปหลายที

พอปากหายเป็นหวัดต่อ... มีน้ำมูก แต่.. ไม่มีไข้ ไม่ได้พาไปหาหมอ ให้ทานยา ( ที่พี่กบคุณแม่น้องกี้ น้องกริฟฟรินส่งมาให้ http://giegriffin.diaryclub.com ) 2 - 3 วันก็หายเป็นปกติ.. ตอนนี้.. กลับมาทานเก่งเหมือนเดิม แต่.. รู้สึกจะถ่ายท้องบ่อย.. วันละ 3 - 4 ครั้ง น่าจะเป็นเพราะ.. เริ่มยืดตัวหรือเปล่า ก็ให้ดื่มน้ำเยอะ.. เยอะ ผสมปริมาณนมให้น้อยลงกว่าเดิม
ลูกชาย ภูมิแพ้กำเริบ.. ให้น้ำเกลือ.. 2 วัน ( ไม่ต้องนอน รพ ) คุณแม่ ซากะตะ โอโตซังต้องตื่นกลางดึก และ เรียกรถคิวกิวชากันตอนเช้ามืด เพื่อพาหลานไปหาหมอ ได้ยามาเป็นกระบุง โรงพยาบาลให้ยืมเครื่องพ่นจมูกมาไว้ที่บ้านด้วย
ปัจจุบันยังคงทานยา ทว่า.. รวม... รวมอยู่ในขั้นปกติ ลูกชายมักจะมีอาการแน่นหน้าอก... เวลาที่อากาศเย็นและเปลี่ยน.. นี่พอรู้ว่าลูกเป็นภูมิแพ้ ก็เตรียมใจรับ กับ.. คาฟุนโชว ที่จะมีในหน้าฤดูใบไม้ผลิด้วย เชื่อว่า.. พอลูกโตเค้าจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นกว่านี้
เพราะ.. มั่นใจอยู่ดีว่าลูกแข็งแรง

ได้รับโปสการ์ดความคิดถึงจากเกาะสู่เกาะ... จากแนน http://missmaldives.diaryclub.com น่ารักมาก เพราะ.. มี 2 ใบ ในกล่องจดหมาย... อีกใบฝากให้คุณแม่.. ขอบคุณมากจ๊ะแนน อ่านไปยิ้มไป เค้าว่ากันว่า.. คนเกิดวันนี้น่ารัก เชื่อแล้วล่ะว่า... จริง ฮ่า.. ฮ่า
ทุกความคิดถึงที่มีให้ไดอารี่เล่มนี้ ขอบคุณมากค่ะ อีกนิด... คงกลับมาฟิตเหมือนเดิม

" ลูกน้ำ... สมัครไดอารี่ให้คุณแม่ที " ลงภาษาไทยไว้ในเครื่องคุณแม่ได้ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว คิดว่า... กำลังทำความคุ้นเคยกับแป้นพิมพ์ http://khunmae.diaryclub.com ฝากไดอารี่เล่มนี้ไว้ในอ้อมใจเพื่อน พี่ ในนี้ด้วยนะคะ
จนกว่าจะพบกัน
|